Cross Game : ผลงานเรื่องล่าสุดของ Adachi Mitsuru

crossgame
ฉบับแปลไทยออกวางตลาดแล้วถึงเล่ม 6 ผมซื้อมาแค่สี่เล่ม อ่านเล่มแรกจบไปแล้ว ตอนท้ายๆของเล่มแรกต้องพบกับความอึ้ง…อาดาจิเล่นหนักครับงานนี้ กระชากอารมณ์ผู้อ่านแบบไม่เกรงใจ (และไม่สงสารเลย ให้ตายเถอะข้าวปั้นจัง!)
เนื้อหา แนวเรื่อง มาใน style เนื้อหาแบบการ์ตูนที่สร้างชื่อให้อาดาจิเรื่อง Touch ครับ…ใครเคยอ่านทัชน่าจะเคยเข้าใจ
Cross_Game_v01
ตอนนี้ฉบับรวมเล่มของญี่ปุ่นไปไกลแล้วครับ ใครอยากหาอ่านแบบไม่รอแปลไทย ลองเข้ากูเกิ้ลแล้วคีย์คีย์เวิร์ด
adachi mitsuru comic book download
ค้นๆรื้อๆก็จะได้อ่านversion นำหน้าภาษาไทยแล้วครับ

แต่ผมขอรอ version ภาษาไทยดีกว่า

Ender’s game เกมพลิกโลก

Ender’s Game
ผู้แต่ง : Orson Scott Card
ผู้แปล : ดร. ยรรยง เต็งอำนวย
ราคา : 279 บาท

 

ฉบับภาษาไทยแปลโดย ดร.ยรรยง เต็งอำนวย สนพ. ASK MEDIA
ผมอ่านเรื่อง Ender’s game จบเป็นรอบที่สองเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา แตกต่างจากการอ่านครั้งแรกตรงที่ ครั้งที่สองจะอ่านแบบละเมียดและละเอียดกว่า ค่อยๆซึมซับเรื่องราวและสร้างจินตภาพจากตัวอักษรบนหน้ากระดาษให้เป็นจินตนาการที่แจ่มชัดในความคิด..
ผมอ่านรวดเดียวจบ โดยไม่รู้สึกเบื่อไม่ว่าจะเป็นบทไหน

Ender’s game เป็นนิยายที่เขียนโดย Orson Scott Card กวาดรางวัลชนะเลิศ Hugo และ Nebula Award (รวมถึงเล่มสองที่เป็นภาคต่อของนิยายเรื่องนี้ด้วย ถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อเรื่อง วาทกะ แด่ผู้ล่วงลับ หรือในชื่อภาษาอังกฤษคือ Speaker for the dead) …

เอนเดอร์เกม เล่าเรื่องผ่านมุมมองของ แอนดรู วิกกิน ตัวเอกของเรื่องที่เป็นเด็กชายอายุเพียงหกขวบ แต่ต้องจากครอบครัวเพราะถูกเลือกให้ไปปฎิบัติภาระกิจระดับโลกคือ ฝึกเพื่อเป็นนายทหารบัญชาการรบกับพวกแมง (มนุษย์ต่างดาว) ที่มารุกรานโลก
เรื่องราวเริ่มจาก เอนเดอร์ถูกปลดเครื่องตรวจการณ์ออกและถูกนำตัวขึ้นไปฝึกที่สถานีนอกโลก เพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมหลายมิติของอวกาศ ก่อนจะถูกส่งไปยังสถานที่ที่ซึ่งมีคอมพิวเตอร์จำลองพวกแมงในสถานการณ์ที่เอนเดอร์ต้องเผชิญหลังจากผ่านการฝึกและต้องลงสนามจริง
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายไซไฟที่ลึกซึ้งมากๆครับ ยิ่งสามบทสุดท้ายแล้วเต็มไปด้วยปรัชญาและแนวคิดที่ดีเยี่ยม (บางแนวคิดสามารถนำไปต่อยอดเป็นนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องอื่นได้อีก) และที่สำคัญคุณจะต้องอึ้งกับการหักมุมในตอนจบที่คาดไม่ถึง (ไม่ขอเฉลยครับ)
สำนวนการแปลของคุณยรรยง ดีมากๆ อ่านแล้วอาจจะมีกลิ่นขนม นมเนยของภาษาต้นฉบับบ้าง (ทำให้อ่านไม่ค่อยลื่น) แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถรับอรรถรสของภาษาต้นฉบับได้เกือบเต็มร้อย (เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ น่าจะอ่านยาก ผมเดานะครับ)
ในแง่เนื้อหาหรือแนวคิดทางด้านไซไฟ ออสัน ได้คิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า แอนซิเบิ้ล ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ไม่ต้องรอให้คลื่นสัญญาณเดินทางในอวกาศ แต่เป็นการสื่อสารแบบทันดีทันใดที่ผู้รับและผู้ส่งสารสามารถคุยกันได้หรือโต้ตอบกันได้ทันทีแม้จะอยู่คนละซีกของจักรวาลหรือทางช้างเผือก
ในแง่ของกลวิธีงานเขียน ออสันเล่าเรื่องผ่านตัวเอกได้สมบูรณ์แบบ ไม่เน้นอธิบายในสิ่งที่ไม่จำเป็นเช่นฉากบางฉาก หรือเครื่องมือเครื่องใช้ แต่จะเน้นที่ความรู้สึกนึกคิดของแอนเดอร์มากกว่า ท่านใดจะศึกษากลวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้สามารถอ่านเรื่องนี้ได้ครับ

เกมพลิกโลก อาจจะหาซื้อยากครับ เพราะหนังสือวางแผงนานแล้ว มากกว่าสองปี และผมไม่เห็นมีการพิมพ์ซ้ำมาก่อน เดาว่าแนวนี้คงขายยากและแฟนนิยายไซไฟมีน้อยกว่าแนวกุ๊กกิ๊ก แต่ท่านใดที่เป็นแฟนแนวไซไฟไม่ควรพลาดครับ ลองหาซื้อดูที่คิโนะคุนิยะ สาขาสยามพารากอน น่าจะยังเหลืออยู่
อ่านจบแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่า นิยายเรื่องนี้ชนะเลิศรางวัลเนบิวลากับฮิวโกได้ยังไง
ขอบคุณ สนพ. ASK MEDIA ครับที่ซื้อ license นิยายสุดยอดเรื่องนี้มาให้อ่าน และขอบคุณ ดร.ยรรยงด้วยครับ ที่แปลนิยายดีๆแบบนี้ออกมา
เรื่อง Speaker for the dead ผมยังไม่ได้อ่านครับ ซื้อไว้นานแล้ว ยังไม่มีเวลาสร้างอารมณ์เพื่ออ่าน พลิกดูแล้วเนื้อหาเครียดกว่าเล่มแรกเยอะ และที่สำคัญ Speaker for the dead ก็ได้รางวัลเนบิวลากับฮิวโก้ด้วยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม
www.askmedia.co.th/book/show_book.php?id=23

เปิดตำนานแห่งมหากาพย์พิทักษ์จักรวาลของเอนเดอร์ วิกกิน

เมื่อโลกถูกรุกรานจากสิ่งมีชีวิตต่างดาว ทางรอดเพียงหนึ่งเดียวของชีวิตนับล้านอยู่ในกำมือของยอดขุนพลที่จะนำพาโลกให้พ้นจากมหันตภัยนี้

เอนเดอร์ วิกกิน เด็กน้อยอัจฉริยะ ได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนสัประยุทธ์ สถาบันเพาะบ่มเหล่าจอมทัพแห่งกองกำลังพิทักษ์โลก ภายใต้การฝึกฝนที่นำเอาเด็กอัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศมาเล่นเกมแข่งกัน ผนวกกับแผนการลับที่คอยกำหนดเงื่อนไขในการฝึกที่แสนหนักหน่วงเกินกว่าใครจะคาดคิด เอนเดอร์จะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ และก้าวสู่การเป็นวีรบุรุษแห่งมวลมนุษยชาติได้หรือไม่ ติดตามได้ใน “เกมพลิกโลก”

การันตีความสนุก ด้วยดีกรีสารพัดรางวัล ยอดขายดีติดอันดับกว่าสิบปี และกำลังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์โดย Wolfgang Petersen ผู้กำกับ Air Force One และ Troy

Amazon.com Bestseller / BarnsAndNoble.com Bestseller
ชนะเลิศรางวัลฮิวโก (รางวัลยอดเยี่ยมของนวนิยายไซไฟแฟนตาซีในอเมริกา)
ชนะเลิศรางวัลเนบิวลา (รางวัลยอดเยี่ยมของนวนิยายไซไฟแฟนตาซีในอเมริกา)
An American Library Association “Best Books for Young Adults”
An American Library Association “100 Best Books for Teens”
Modern Library “Reader’s 100 Best Novels”

ข้อมูลรีวิวจาก http://pongcp.wordpress.com

YAS - Yashikazu Yashuhiko

ผมรู้จัก YAS จากการ์ตูนเรื่อง อาริอ้อน ครับสมัยที่การ์ตูนยุค prirate ยังโด่งดัง จากนั้นรูปไหนที่ยาสวาดจะมีลายเซ็นต์ YAS กำกับไว้ตลอด และทุกรูปไม่ว่าจะเป็นภาพสีน้ำมันหรือสีน้าดูสวยมากๆในความคิดผม

ทุกวันนี้ผมไม่ได้ตามงานของ YAS เลย หาอ่านยากครับ ไม่มี สนพ. ไหนซื้อลิขสิทธิ์มาขาย ล่าสุดเห็นเรื่อง Gundam the origin ของ SIC ?  

รวมภาพสวยๆของ YAS ที่ค้นเจอในเวปครับ เครดิตต้องขอบคุณเวปไซต์หลายๆที่ซึ่งจำชื่อไม่ได้ ซึ่งเวปเหล่านั้นได้นำงานของยาสมา post ไว้
ประวัติโดยละเอียดต้องอ่านเอาจาก wikipedia ครับ

Yashikazu Yashuhiko - YAS... หรือยาส

คนนี้ล่ะครับ ยาสุฮิโกะ โยชิคัซสุ หรือ YAS

ARION หรือ อาริอ้อน ผลงานสร้างชื่อให้กับยาส

Gundam ภาคแรก...อะมุโร่ เรย์

วีนัสวอร์ หรือสงครามดาวศุกร์...หาดูแบบ Anime ได้ในเวปบิทต่างประเทศครับ แต่เป็น sub title English ครับ

สตอรี่บอร์ดของกันดั๊ม

ผลงานของ YAS

edit @ 4 Nov 2009 15:30:48 by ดรีมแมน

 เมื่อคืน 2 พฤศจิกายน 2552 วันลอยกระทง… (อ้าว ตูจะมาบอกทำไมเนี่ย ใครๆเค้าก็รู้กัน)Smiley

(ท่าหลบกระสุนแบบเทพนีโอ)

ผมออกไปลอยกระทง หอบลูกจูงแฟน ไปยังจุดรวมพลบริเวณสระใหญ่ในหมู่บ้านเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา คนไม่เยอะมากครับ แต่...เสียงพลุ เสียงปะทัด พากันพร้อมหน้าพร้อมตาระเบิดดังสนั่นเกือบตลอดเวลา ไอ้ที่สยองคือปะทัดบางลูกระเบิดเสียงดังสนั่นยังกะขีปนาวุธลง

ดังนั้นการออกไปลอยกระทงในคืนที่ผ่านมาก็เลยไม่ค่อยสนุก เพราะกลัวโดนลูกหลง ไอ้ที่สยองจนต้องคอยระแวงคือจรวดลูกหนู (เรียกถูกไหมหว่า...จริงๆแล้วมันคือไอ้กระสุนที่จุดไฟที่ตูดแล้วมึงก็พุ่งฟิ้ววววว เป็นจรวดนาซ่านั่นแหล่ะ) ทำให้ต้องกลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติครับ ^^

edit @ 4 Nov 2009 15:31:55 by ดรีมแมน

อากิระ AKIRA (Animation version)

posted on 28 Jun 2009 18:03 by scifidream
AKIRA

AKIRA (1988) เป็นหนังการ์ตูนแบบ animation sci-fi ที่จากการ์ตูนชื่อดังแนวไซไฟของ อาจารย์ปรมาจารย์นักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่นที่ชื่อโอโตโมะ คัสซุฮิโร... ท่านใดเป็นอ่านอ่านการ์ตูนวัยมากกว่าสามสิบปีขึ้นไปคงจำเรื่องนี้ได้ดี

AKIRA ถูกทำเป็นหนัง amination (ในชื่อไทยตอนที่เอามาฉายในโรงคือ "ไม่ใช่คน" ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ เพราะผ่านมาหลายปีมากๆ) แบบรวบรัดเนื้อหาซึ่งในversion ที่เป็นหนังโรงจบลงที่อากิระปล่อยพลังออกมาทำลายโตเกียว ส่วนในหนังสือการ์ตูนจำนวน 8 เล่มจบจะมีเนื้อหา เรื่องราว ที่เป็นเสมือนภาคต่อของเวอร์ชั่นหนัง ที่ยาวและซับซ้อนมาก


โดยรวมแล้วversion หนังการ์ตูนโรงทำออกมาได้สุดยอด สมเป็นหนังการ์ตูนไซไฟอีกเรื่อง เนื้อเรื่อง concept ถ้าเป็นยุคสมัยนั้นจัดว่าเจ๋ง เพราะเป็นเรื่องของการทดลองมนุษย์ที่มีพลังพิเศษโดยรัฐบาลญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นสมัยนี้เนื้อเรื่องแบบนี้ก็ธรรมดาไปแล้ว ซึ่งเห็นได้โดยดาดดื่นตามหนังฮิตๆแบบตลาดๆทั่วไป

version ฉบับ re-mastered ออกมาเมือ่ประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ด้วยการเอา version แรกที่ออกฉายครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีโน้นมาปรับปรุงสีสันของภาพและเสียง sound effect ใหม่หมดครับ โดยเฉพาะดนตรีประกอบนี่สุดยอดยิ่งใหญ่มาก

ถ้าอยากดูแบบสนุกๆจบภายในประมาณชั่วโมงครึ่งก็เลือก version หนังโรงครับ แต่ถ้าจะเอาแบบเต็มๆก็ต้องไปหาหนังสือมาอ่านครับ อาจจะหาซื้อยากไปนิดนึงเพราะเป็นการ์ตูนที่ตีพิมพ์นานมากแล้ว.... ที่จตุจักรอาจจะมีอยู่

AKIRA เป็นการ์ตูนไซไฟแบบจริงจังดำเนินเรื่องอย่างเคร่งเครียดตั้งแต่ต้นจนจบ ท่านใดที่ไม่ชอบแนวนี้อาจจะดูแล้วเบื่อๆได้